video

ปา ปา ปา บี บี บี

posted on 20 Sep 2010 19:46 by ipats
สวัสดีครับ

หายหน้าหายตาไปน๊านนน นาน

วันนี้เห็นมีเรื่องตลกๆ เกิดขึ้น แล้วรู้สึกว่าผมจะมีความเห็นไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านเค้า ก็เลยอยากแชร์ความรู้สึก ความเห็นของผมบ้าง อะไรทำนองนั้น

อ่ะ มาดูกันก่อน ว่าผมพูดถึงเรื่องอะไร

คลิปปาบีบีที่โด่งดัง (หรือเปล่า?)
ครูฟิวส์ขาด บีบีแหลกยับคาห้องเรียน



ซึ่งก็มีคลิปเฉลย เป็นภาคต่อ
บีบี คือตัวการความโกรธจนฟิวส์ขาด ?



หลายคนคงรู้ตั้งแต่ดูคลิปแรกแล้วว่ามันคือการจัดฉาก, บางคนรู้ว่าจัดฉาก แต่ก็ไม่รู้ว่าเพื่ออะไร พอมีคลิปเฉลยออกมา ก็เป้นอันว่ารับทราบทั่วกัน ว่ามันเป็นโฆษณา ของทาง Burger King เพื่อพรีเซ็นท์สินค้าว่าเผ็ดร้อนจนโกรธจัด อะไรประมาณนั้น

ทีนี้มันก็เลยมีกระแสก่นด่ากันไปทั่ว.. ผมลองนึกๆ คิดๆ ดู ว่าเพราะอะไร...

ทำไมถึงด่า?
1. รู้สึกว่าถูกหลอก, ทำให้ตัวเองโง่ เลยต้องด่า (อาจจะเพราะตอนแรกด่าผู้รับบทบาท "อาจารย์" จอมโหดไปเยอะ)
2. แสดงถึงความรุนแรง สังคมไทยรับไม่ด๊ายยยยย
3. ก็มันผิดจรรยาบรรณ (จรรยาบรรณการโฆษณา เช่น การว่าร้ายอาจารย์)
4. เค้าด่ากัน ก็ตามเค้า
5. .... อื่นๆ (คิดไม่ออกแล้ว) ...

ทีนี้ ความเห็นของผม
1. สิ่งที่อยู่ในคลิป เกิดขึ้นได้จริงไหม? ผมขอฟันธงได้ว่า ถึงจะไม่มีคลิปนี้ออกมา มันก็สามารถเป็นไปได้ครับ
2. อย่าลืมว่า "ครู" หรือ "อาจารย์" ในชีวิตจริงก็ไม่ใช่พ่อพระ แม่พระที่ไหน, โกรธเด็กแล้วตีจนผู้ปกครองฟ้องร้องก็มีให้เห็นกันตลอด, เพราะฉะนั้นอย่ามาบอกว่า รุนแรง รับไม่ได้
3. การที่มีคลิปออกมา ทำให้คนเกิดความ "ตระหนัก" (awareness), ไม่ใช่กับสินค้า แต่กับพฤติกรรมคน
4. มันอาจจะทำให้คนที่ใช้บีบี (และโทรศัพท์อื่นๆ) "สำนึก" ตัวได้ว่า คุณกำลังรบกวนคนอื่น (รวมถึงการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่รบกวนผู้คน)
5. สังคมได้ "ตระหนัก" ว่า ความรุนแรง "มีอยู่จริง" ไม่ใช่ว่าเราต้องปกปิดมันไว้ (ซึ่งมีคนที่รับไม่ได้?)
6. คลิปนี้ "อาจจะ" กลายเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำไป, จาก 4 และ 5, เพราะคนได้ "ตระหนัก" ถึงเหตุ และ ผล ไปแล้ว ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้จริงๆ จะเป็นอย่างไร, ซึ่งมันมีความเป็นไปได้ว่าจะ "ลด" โอกาสที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจริง
7. คลิปนี้ดังเพราะกระแสจากสังคมที่ส่งผลมาจาก "ตัวคลิป" 
8. ตอนเฉลยทำได้ห่วยมาก -*-

โดยส่วนตัว ผมให้คะแนนคลิปแรก ชอบครับ สะท้อนสังคมได้จริงๆ (ผมว่าคนที่ได้ดูหลายคนก็คงสะใจ, โดยเฉพาะพวกที่ได้เจอกับผีบีบีบ่อยๆ, แล้วพอเค้ามาเฉลยก็ทำอารมณ์เสีย หึหึ) แต่ส่วนที่ไม่ชอบคือการเชื่อมโยงเข้ากับสินค้า ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

จบ.

ปล. ถ้าคุณด่าเพราะ 5.. อื่นๆ แล้วอยากแชร์ ก็เชิญในคอมเมนท์เลยครับ


Video

posted on 12 Jun 2009 22:26 by ipats
สวัสดีครับ
หลายวันก่อน ผมเห็นข่าวนี้

เป็นข่าวการทดลองใช้แท็ก <video> ใน html5 ของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง
ก็เลยว่าอยากลองเข้าไปดู แต่ที่ทราบมาคือ browser ที่ใช้ได้นั้น.. มันไม่มีในเครื่องผม

และด้วยความขี้เกียจ ก็เลยปล่อยผ่านไปนานนนน จนมาวันนี้ ฤกษ์งามยามดี (เพราะหาเรื่องอัพไม่ได้) จึงไปโหลดมาติดตั้ง
ซึ่ง browser ที่ว่าก็คือ Mozilla Firefox 3.5b4 นั่นเอง


ภาพตัวอย่าง.. ด้านล่างก็คือวิดิโอครับ
ดูไม่รู้เลยว่าใช้แท็ก <video> ไม่ได้ใช้แฟลช
แต่ผมก็เปิดหน้าต่าง extension ให้ดูด้วย ว่าไม่ได้ติดอะไรเพิ่มไว้
(แหงหล่ะ เพิ่งติด firefox version นี่หมาดๆ)

ลองแกะๆ โค้ดมัน เอา URL ไฟล์วิดิโอออกมา แล้วลองเปิดตรงๆ ดู
ก็ได้เจอกับหน้าตา default ของตัว player เป็นแบบนี้ครับ



ก็สวยดีนะ

ของแถม..  Windows Flip 3D


เผื่อใครอยากจะใช้ Windows 7 ขึ้นมาบ้าง :D
(วิดิโอที่เห็นใน firefox ตอน flip มันก็ยังเล่นอยู่นะ เล็กๆ น่ารักดี)


มีคนบอกว่าภาพ 1 ภาพ แทนคำได้พันคำ..
วันนี้ผมเขียนบล็อกไปสามพันกว่าค่ำแหนะ ยาวมั๊ย :D

ปล. เป็นมุขจาก..... ใครศักคนเมื่อวาน จำม่ะได้แย้ว Y-Y

VGA DVI HDMI

posted on 07 Jun 2009 23:51 by ipats
[คำเตือน.. geek มาก]

สวัสดีครับ

จากเอ็นทรีเมื่อวาน ก็มีบางคนสงสัยมาว่า
แล้ว HDMI ทำไมชัดกว่า VGA แล้วมันต่างจาก DVI ยังไง อะไรทำนองนี้

เพื่อเป็นการหาเรื่องอัพบล็อก วันนี้ ก็ขอมาเล่าเรื่องของการเชื่อมสัญญาณภาพล่ะกันครับ เอาแค่หลักๆ ที่พูดถึงเมื่อวานล่ะกัน :D

สำหรับการส่งสัญญาณภาพในคอมพิวเตอร์ หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับพอร์ตที่เรียกว่า VGA หรือที่มีชื่อจริงๆ ว่า D-SUB (DE-15 มี 15 ขา) หรือสำหรับเครื่องศาสดา ก็อาจจะเห็นเป็นหน้าตาแปลกๆ หน่อย เพราะใช้เป็น mini-VGA

สัญญาณที่ส่งออกมาจากพอร์ตนี้ ก็คือสัญญาณภาพ ที่ส่งจากคอมพิวเตอร์ไปยังจอภาพนั่นเอง โดยมีการใช้งานมานานแสนนาน ซักยี่สิบปีได้ ซึ่งได้นำเอามาแทน DE-9 ที่ใช้กันในจอโมโนโครม และจอสีในยุคแรกๆ โดยในจำนวน 15 ขาของ VGA นั้น มีขาที่จำเป็นเพียง 5 ขา คือสำหรับส่งสี 3 สี และสัญญาณบอกตำแหน่งแนวตั้งและแนวนอน ส่วนขาอื่นๆ นั้น จะเป็นกราวน์ (รวมถึงขา signal return) และขาสัญญาณสำหรับการสื่อสาร นั่นแปลว่า จอภาพ และคอมพิวเตอร์มันคุยกันได้ด้วย! ถ้าสงสัยว่ามันคุยอะไรกัน พื้นฐานเลย ก็จะเป็นพวกการตั้งค่าต่างๆ เช่นใน Windows มันก็จะสามารถบอกเราได้ว่า จอที่ต่ออยู่นั้นยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร และสนับสนุนการแสดงผลที่ความละเอียดไหนบ้าง

สัญญาณภาพ 3 สี ที่ส่งไปที่จอภาพนั้น เป็นสัญญาณแบบ analog ซึ่งก็คือ ความสว่างของสีแต่ละจุด จะควบคุมโดยความต่างศักย์ไฟฟ้า เช่น ถ้ากำหนดไว้ว่า 0.7V เท่ากับความสว่างสูงสุด 0V คือต่ำสุด ค่าระหว่าง 0 ถึง 0.7 ก็คือระดับสีต่างๆ นั่นเอง เมื่อรวมกันทั้งสามเส้น ก็จะได้สีที่แตกต่างกันมากมาย แต่วิธีนี้มันก็มีปัญหาคือ เมื่อเราใช้ความละเอียดสูงขึ้น มันก็ต้องส่งข้อมูลด้วยความถี่ที่มากขึ้น แล้วสัญญาณ analog มันก็ง่ายต่อการถูกรบกวน เพราะความต่างศักย์ที่ต่างกันเพียงไม่มากก็ทำให้สีเพี้ยนไปได้แล้ว นอกจากนี้ตัวสัญญาณสีของแต่ละพิกเซลก็ไม่มีความแน่นอนมากด้วย (หมายถึ